• การส่งเสริมการเกษตร
  • กรมประมง
  • สถาบันวิจัยและพัฒนา มก.
  • มหาลัยเกษตรศาสตร์
  • กรมปศุสัตว์
  • กรมวิชาการเกษตร
  • กรมป่าไม้
  • สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร
  • กรมชลประทาน
  • ช่อง3ช่อง5ช่อง7ช่อง9
  • เดลินิวส์
  • มติชน
  • ไทยรัฐ
  • สยามรัฐ
  • คม ชัด ลึก
  • ฐานเศรษฐกิจ
  • แนวหน้า
  • บ้านเมือง
  • ผู้จัดการ
  • สยามธุรกิจ
  • เสรีรายวัน
  • บางกอกโพสต์
  • CNN
  • BBC
  • INN
  • ThaiPost
  • The Nation




  • เปิดAECเกษตรกรติดอาวุธด้วยGAPกันดีใหม

    ภูมิภาคอาเซี่ยนกำลังจะเปิดพรมแดนทางการค้า เกษตรกรไทยควรสู้ด้วยอะไร นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องคิดในสนามการค้า ที่ใหญ่โตกว่าเดิมถึง 10เท่า ประกอบกับแนวโน้มและค่านิยมของผู้บริโภคต่างคำนึงถึง สุขภาพ จึงต้องการอาหารที่มีคุณภาพและความปลอดภัย
    ผลิตผลจากการเกษตรกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหาร จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองตามแนวโน้มความต้องการทางการตลาด เพื่อให้แข่งขันได้ในตลาดสากล อันกว้างใหญ่นี้

    GAPจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญอย่างยิ่งที่เกษตรกรควรนำไปเป็นอาวุธเพื่อสู้ในสนามAEC
    GAPย่อมาจาก Good Agricultural Practicesหรือแปลเป็นไทยว่า การเกษตรที่ดีและเหมาะสม เป็นเอกสารที่ กรมวิชาการเกษตร ออกให้กับ เกษตรกรเพื่อ
    เป็นเอกสารกำกับ ผลผลิตของเกษตรกรว่า ระบบการจัดการกระบวนการผลิตทางการเกษตรที่ดี ปลอดภัยต่อเกษตรกรผู้ผลิตและผู้บริโภคเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัย
    มีคุณภาพปราศจากศัตรูพืชและจุลินทรีย์ ไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    เกษตรกร ที่ได้ใบรับรองGAPจึงเสมือนมีเครื่องหมายรับรองคุณภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นที่จะซื้อผลิตผลที่ออกจากแปลงเกษตรของเรา

    คุณสมบัติของผู้ขอใบรับรองแหล่งผลิตพืชตามมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพGAPพืช มี 3แบบ ดังต่อไปนี้

    1.เกษตรกร ที่สามารถขอใบรับรองGAP
    - ต้องเป็นเจ้าของ หรือผู้ถือสิทธิ์ครอบครองพื้นที่การผลิต หรือเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าของ หรือผู้ถือครองสิทธฺ์ให้ดำเนินการผลิตพืช
    - เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
    - เป็นผู้สมัครใจขอการรับรอง และยินดีที่จะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับรองแหล่งผลิตพืช ที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด
    - ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนการรับรอง จากกรมวิชาการเกษตรหรือหน่วยรับรองใดๆ ที่มีมาตรฐานเทียบเท่าของกรมวิชาการเกษตร เว้นเสียแต่พ้นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ถูกเพิกถอนการรับรองแล้ว

    2. นิติบุคคล ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    - ต้องเป็นเจ้าของ หรือผู้ถือสิทธิ์ครอบครองพื้นที่การผลิตหรือเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าของหรือผู้ครองสิทธิ์ให้ดำเนินการผลิตพืช
    - ต้องจดทะเบียนนิติบุคคลถูกต้องตามกฎหมายไทย
    - เป็นนิติบุคคลที่สมัครใจขอการรับรอง และยินดีจะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองแหล่งผลิต GAP พืชที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด
    - ไม่เป็นนิติบุคคลที่ถูกเพิกถอนการรับรองจากกรมวิชาการเกษตรหรือหน่วยรับรองใดๆที่มีมาตรฐานเทียบเท่าของกรมวิชาการเกษตร เว้นเสียแต่พ้นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ถูกเพิกถอนการรับรอง
    - ต้องเป็นเจ้าของ หรือผู้ถือสิทธิ์ครอบครองพื้นที่การผลิตหรือเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าของหรือผู้ครองสิทธิ์ให้ดำเนินการผลิตพืช
    - ต้องจดทะเบียนนิติบุคคลถูกต้องตามกฎหมายไทย
    - เป็นนิติบุคคลที่สมัครใจขอการรับรอง และยินดีจะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองแหล่งผลิต GAP พืชที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด
    - ไม่เป็นนิติบุคคลที่ถูกเพิกถอนการรับรองจากกรมวิชาการเกษตรหรือหน่วยรับรองใดๆที่มีมาตรฐานเทียบเท่าของกรมวิชาการเกษตร เว้นเสียแต่พ้นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ถูกเพิกถอนการรับรอง

    3 กลุ่มเกษตรกร ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    - สมาชิกของกลุ่มต้องเป็นเจ้าของ หรือผู้ถือสิทธิ์ครอบครองพื้นที่การผลิต หรือเ้ป็นผู้ได้รับมอบหมายจากเจ้าของ หรือผู้ถือครองสิทธิ์ให้ดำเนินการผลิตพืช
    - เป็นกลุ่มเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง หรือหากเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับภาครัฐต้องมีสมาชิกในกลุ่มที่ขอรับรอง ตั้งแต่ 5 รายขึ้นไป
    - กลุ่มอาจจะดำเนินการโดยสมาชิกที่รวมกลุ่มกันเพื่อทำการเพาะปลูก หรือดำเนินการโดยนิติบุคคล หรือองค์กรอิสระซึ่งเป็นองค์กรที่รับผิดชอบกลุ่มเกษตรกร/เกษตรกร โดยเป็นผู้รับซื้อ จัดจำหน่าย หรือส่งออกผลผลิตทางการเกษตร ของกลุ่มเกษตรกร / เกษตรกรที่ทำการผลิตให้
    - เป็นกลุ่มที่สมัครใจขอการรับรอง และยินดีจะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงิ่อนไขการรับรองแผล่งผลิต GAP พืช ที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด
    - ไม่เป็นกลุ่มที่ถูกเพิกถอนการรับรองจากกรมวิชาการเกษตรหรือหน่วยรับรองใดๆ ที่มีมาตรฐานเทียบเท่าของกรมวิชาการเกษตร เว้นแต่พ้นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ถูกเพิกถอนการรับรอง

    ผู้ยื่นคำขอการรับรองแหล่งผลิต GAP พืชที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น จะต้องไปยื่นใบสมัครคำขอรับรองที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่การเกษตรในพื้นที่จะมีการเตรียมความพร้อมให้แก่เกษตรกรตามหลักเกณฑืและเงื่อนไขต่างๆ แล้วสำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่ก็จะส่งข้อมูลผู้ที่ผ่านการเตรียมความพร้อม ไปที่หน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรซึ่งเป็นผู้ตรวจรับรอง
    เมื่อกรมวิชาการเกษตรได้รับรายชื่อที่อยู่ของแปลงแล้วก็จะส่งเจ้าหน้าที่ออกไปประเมินแปลงของเกษตรกรในพิ้นที่โดยมีการตรวจประเมินในสิ่งต่างๆดังต่อไปนี้คือ
    1. แหล่งน้ำ น้ำที่ใช้ต้องได้จากแหล่งที่ไม่มีสภาพแวดล้อมซึ่งก่อให้เกิดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรค หรือไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมี และโลหะหนักที่เป็นอันตราย
    2. พื้นที่ปลูก ต้องเป็นพื้นที่ซึ่งไม่มีความเสี่ยงจากวัตถุอันตรายและจุลินทรีย์ ที่จะทำให้เกิดการตกค้างหรือปนเปื้อนในผลิตผล
    3. การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร ต้องใช้เฉพาะที่มีการขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรอย่างถูกต้อง และไม่ใช้วัตถุอันตรายที่ประกาศห้ามใช้ มีการใช้ตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดและมีการเก็บดูแลวัตถุอันตรายต่างๆที่ถูกต้องและปลอดภัย
    4. สถานที่เก็บรักษาผลผลิต อุปกรณืต่างๆ ยานพาหะนะในการขนย้ายผลผลิตต้องมีคุณสมบัติป้องกันการปนเปื้อนของ วัตถุอันตราย ศัตรูพืช และพาหะของโรค รวมทั้งต้องมีการขนย้ายผลผลิตด้วยความระมัดระวัง
    5. การบันทึกสิ่งที่ปฏิบัติต่างในแปลง ต้องมีบันทึกการใช้สารเคมี วัตถุอันตรายทางการเกษตร มีบันทึการตรวจโรคแมลศัตรูพืชในแต่ละระยะของการเจริญเติบโตของพืช มีการบันทึกวิธีการดำเนินงานการจัดการต่างๆในแปลง
    6. ผลผลิตต้องปลอดจากศัตรูพืช มีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชตามคำแนะนำและผลผลิตที่คัดแยกต้องไม่มีโรคและแมลง
    7. การจัดการผลผลิตเพื่อให้ได้คุณภาพนั้นต้องมีการวางแผนการจัดการคุณภาพผลผลิตพืชและมีการบันทึกข้อมูลการดำเนินการต่างๆ ถ้ามีผลผลิตที่ไม่ได้คุณภาพต้องมีการคัดแยกออก
    8. การเก็บเกี่ยวและวิธีการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวต้องมีการควบคุมไม่ให้ก่อความเสียหายแก่ผลผลิตเช่นการเก็บจากแปลง การขนย้าย การคัดแยก การบรรจุ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่คุณภาพดีและปราศจากการปนเปื้อนสิ่งที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

    เมื่อเจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตรได้ประเมินแปลงแล้วก็จะส่งหลักฐานการประเมินต่างๆให้คณะกรรมการที่ำได้รับการแต่งตั้งจากกรมวิชาการเกษตรพิจารณาให้ใบรับรอง

    ระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับชนิดของพืชและการเตรียมความพร้อมของเกษตรกร

    ก็ได้แต่หวังว่า เกษตรกรไทย จะลุกขึ้นมายกระดับเพิ่มขีดความสามารถให้กับตนเอง เพื่อปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงของโลกในครั้งนี้

    โดย นายเกษตรดี
    10 กันยายน 2556

    อ่านบทความย้อนหลัง